กรมพัฒน์เลื่อนยื่นงบการเงินไหม

หลังจากสรรพากรประกาศเลื่อนนำส่งภาษี ก็มีคำถามนี้ตามมา

สรุปว่า เลื่อนยื่นงบการเงิน หรือเปล่าเนี่ย นี่คือคำถามแรกที่ผมคิดในใจ หลังจากที่ได้ยินประกาศเลื่อนยื่นนำส่งแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด. 50) ปี 2562 จากทางกรมสรรพากรว่าให้นำส่งได้ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2562

แต่ผมสงสัยได้ไม่นานหรอกครับ เพราะสุดท้ายก็มีประกาศจากทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าตามมาติด ๆ ว่าปลดล็อกให้สามารถนำส่งงบการเงินได้ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2562 เช่นเดียวกัน (สำหรับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล) ในขณะที่บริษัทมีเงื่อนไขให้ต้องเลื่อนวันที่ประชุมใหญ่ก่อน โดยจัดทำหนังสือชี้แจงขึ้นมาว่ามีผลกระทบตามแนวทาง ถึงจะได้รับสิทธิอนุมัติให้นำส่งงบการเงินในภายหลังได้

หากใครสนใจเรื่องของ เลื่อนนำส่งแบบแสดงรายการภาษี และ เลื่อนนำส่งงบการเงิน สามารถอ่านบทความฉบับเต็มได้ที่บทความ สรุปครบ! เลื่อนยื่นภาษี (ทุกแบบ) เลื่อนยื่นงบการเงิน (ที่ต้องรู้) ดูทั้งหมดในบทความเดียว ที่ผมเขียนไว้ครับ

ขั้นตอนยื่นงบการเงิน

ถ้าหากใครทราบขั้นตอนการนำส่งงบการเงินของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (ก่อนจะประกาศเลื่อนยื่นงบการเงิน) ก็ย่อมทราบกันดีว่า ขั้นตอนทั้งหมดจะเป็นแบบนี้ครับ

1. เริ่มจาก การประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ที่กำหนดให้จัดขึ้นภายใน 4 เดือน ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 1197 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ระบุไว้ว่า งบดุลนั้นต้องจัดให้มีผู้สอบบัญชีคนหนึ่งหรือหลายคนตรวจสอบแล้วนำเสนอเพื่ออนุมัติในที่ประชุมใหญ่ภายในสี่เดือนนับแต่วันที่ลงในงบดุลนั้น

2. เมื่อมีการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บริษัทจำกัด ต้องนำส่ง บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ภายใน 14 วันนับแต่วันประชุมสามัญ ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ. กำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ พ.ศ. 2499) ซึ่งต้องทำก่อนที่จะยื่นงบการเงิน

ยื่นงบการเงิน

3. หลังจากนั้น บริษัทจำกัดยังมีหน้าที่ยื่นงบการเงินภายในหนึ่งเดือน นับแต่วันที่งบการเงินนั้นได้รับอนุมัติในที่ประชุมใหญ่ ตามมาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ. การบัญชี 2543

จากทั้งสามข้อที่พูดมา สรุปได้ว่า ในกรณีของรอบบัญชีปกติ คือ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2562 หากเป็นสถานการณ์ปกติแล้ว จะต้องมีการดำเนินการดังต่อไปนี้

1. ภายใน 4 เดือนหลังจากเดือนธันวาคม (30 เมษายน 2563) ต้องมีการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อรับรองงบการเงินรอบบัญชีปี 2562

2. ภายใน 14 วันหลังจากการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น (14 พฤษภาคม 2563) ต้องนำส่งบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นให้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าผ่านระบบ DBD E-Filing โดยระบุว่าประชุมในวันที่ 30 เมษายน 2563 และมีการอนุมัติงบการเงินสำหรับรอบบัญชีปี 2562

3. ภายใน 1 เดือนหลังจากประชุมสามัญผู้ถือหุ้น (31 พฤษภาคม 2563) ต้องนำส่งงบการเงินผ่านระบบ DBD E-Filing ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเช่นเดียวกัน

แต่สำหรับกรณีวิกฤตโควิด19 ที่ผ่านมา หากบริษัทจำกัดต้องการเลื่อนยื่นงบการเงิน เนื่องจากจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นไม่ได้ตามวันและเวลาดังกล่าว และใช้สิทธิเลื่อนวันประชุม โดยต้องการชี้แจงเป็นหนังสือให้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าตามแนวทาง มาตรการรองรับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่วางไว้

เลื่อนยื่นงบการเงิน ประชุม

ผมเขียนบทความนี้ลง TAXBugnoms เพื่อเตือนว่า บริษัทที่ต้องการเลื่อนนำส่งงบการเงิน จะไม่สามารถนำส่งบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นในวันที่ 14 พฤษภาคม 2563 โดยระบุว่าเป็นการประชุมที่เกิดขึ้นในวันที่ 30 เมษายน 2563 ได้ เพราะข้อมูลทั้งสองส่วนนี้มันจะขัดแย้งกันเอง

ถ้าหากใครพลาดนำส่งไปด้วยความเคยชินจากการทำงาน ก็จะกลายเป็นว่าสามารถจัดประชุมในวันที่ 30 เมษายน 2563 ได้ และส่งผลให้ต้อง ยื่นงบการเงินภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2563 โดยที่ไม่ได้รับสิทธิเลื่อนนำส่งงบการเงินแต่อย่างใด

แต่ถ้าหากใครลืมตัวนำส่งรายชื่อผู้ถือหุ้นไป
โดยที่ยังไม่พร้อมยื่นงบการเงินแบบนี้ ทำยังไงดีล่ะ?

หากมีกรณีนี้เกิดขึ้นจริง โดยที่กรรมการหรือนักบัญชีเผลอนำส่งรายชื่อผู้ถือหุ้นไปด้วยความเคยชิน สิ่งที่ทำได้คงมีอยู่ 2 ทาง คือ ยื่นงบการเงินให้ทันในวันที่ 31 พฤษภาคม 2563 หรือ ทำหนังสือชี้แจงเพื่อแสดงเจตนาว่าบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่ยื่นมีความผิดพลาด เพราะยังไม่ได้ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นจริง

อย่างไรก็ดี คำแนะนำนี้เป็นแนวทางจากความคิดเห็นของผมเท่านั้นครับ ดังนั้นนักบัญชีหรือผู้ที่เกี่ยวข้องในกรณีที่ผิดพลาด (โดยไม่ได้ตั้งใจ) แบบนี้ ติดต่อทางเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพื่อหาแนวทางที่ถูกต้องในการยื่นงบการเงินหรือแก้ไขบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นต่อไปครับ

ท้ายที่สุดแล้ว บางทีเราทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ อาจจะต้องกลับมาตั้งคำถามอีกทีว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เราได้มีการประชุมที่ถูกต้องอย่างที่ควรจะเป็นหรือไม่ และเราใส่ใจกับเอกสารที่ต้องนำส่งหลังจากประชุมผู้ถือหุ้นอย่างถูกต้องหรือเปล่า

เพราะนี่อาจจะเป็นก้าวต่อไป
ในการยกระดับวิชาชีพบัญชี

TAXBugnoms